Tag: BYD DOLPHIN
พาส่องรถรุ่นใหม่ที่คาดว่าทาง BYD จะนำมาโชว์ตัวที่งาน Bangkok International Motor Show 2025

BYD ATTO 2 เอสยูวีรุ่นเล็กที่เอา BYD YUAN UP จากจีนแปะตรา BYD ขายทั่วโลก สร้างบน BYD’s e-platform 3.0 พละกำลัง 177 แรงม้า วิ่งไกลสุด 367 กิโลเมตร (NEDC)

ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ BYD SEAL 05 DM-i แพลตฟอร์มเดียวกับ BYD QIN PLUS DM-i หรือ BYD KING พร้อมขุมพลัง DM-i super hybrid เจเนอเรชันที่ 5 วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 55 และ 120 กิโลเมตรตามลำดับตามมาตรฐาน CLTC หรือ 53 และ 116 กิโลเมตร (NEDC) และวิ่งไกลสุดเมื่อทำงานร่วมกันจะได้ระยะทาง 2,000 กิโลเมตร

ถือเป็นการเผยโฉมครั้งแรกของ BAO 8 เอสยูวีทรง Land Rover ปลั๊กอินไฮบริด 2.0 ลิตรเทอร์โบ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่กับแบตเตอรี่ความจุ 36.8 kWh เมื่อทำงานร่วมกันได้พลังสูงสุด 748 แรงม้า แรงบิด 760 นิวตันเมตร วิ่งไกลทั้งระบบ 1,200 กิโลเมตร และวิ่งไฟฟ้า 125 กิโลเมตร

DENZA Z9 GT DM-i รถซีดานสไตล์คูเป้จากขุมพลังงานแบบ PHEV (Plug-in Hybrid) ที่น่าจับตามอง คิดว่าน่าจะมาเหมือนกันนะ

Denza N7 รุ่นปรับโฉมของรถ SUVสุดหรูจาก BYD มอเตอร์คู่ 523 แรงม้า พร้อม “God’s Eye” LIDAR คู่

ฝรั่งเจอแบบนี้อึ้งเลย!!! รีสอร์ตหรูในไทยใช้รถไฟฟ้าไม่มีประตู เพื่ออะไร?

รีสอร์ตระดับ 5 ดาวในภูเก็ต ใช้รถไฟฟ้ารับส่งแขกในโรงแรมแต่ทำไมรถไม่มีประตู เพื่อนๆหลายคน รวมถึงแอดด้วยก็คงสงสัยว่า ทำเพื่ออะไร? ล่าสุดมีคนมาให้คำตอบแล้ว
มีคนเข้ามาโพสต์เล่าว่า ได้มาเที่ยวที่รีสอร์ตดังระดับ 5 ดาวแห่งหนึ่ง ใน จ.ภูเก็ต เขารู้สึกแปลกตามากจนถึงขั้นต้องถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะรีสอร์ตแห่งนี้ใช้รถไฟฟ้า BYD Dolphin เพื่อใช้รับส่งแขกในรีสอร์ต แต่รถที่จอดเรียงกันอยู่ กลับไม่มีประตู
ต่อมาได้มีคอมเมนต์หนึ่งออกมาพูดถึงการที่รถไฟฟ้าไม่มีประตู ดังนี้ ทางรีสอร์ตต้องการให้ BYD Dolphin คันนี้มีฟังก์ชั่นเหมือนรถกอล์ฟทั่วไป เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสอากาศและบรรยากาศแบบรถกอล์ฟ
รถคันนี้ให้ความสะดวกสบายมากกว่ารถกอล์ฟเพราะมีที่นั่งที่กว้างขวางกว่า เมื่อเอาประตูออกจะให้ความรู้สึกคล้ายรถจี๊ปและจะสังเกตเห็นว่ารถไม่มีป้ายทะเบียนแต่ใช้ชื่อรีสอร์ตติดตรงทะเบียนรถแทน ก็ถือว่ารถเหล่านี้เป็นรถส่วนบุคคลที่ใช้ขับขี่ในรีสอร์ตเท่านั้น ไม่ได้เอาไปใช้บนถนนจริง
ข้อเสียของรถกอล์ฟ คือต้องชาร์จแบตเตอรี่บ่อย ๆ และอะไหล่หายาก โดยเฉพาะยางนอกและยางในรีสอร์ตนี้ตั้งอยู่บนเกาะ ถ้าหากรถเสียแล้วต้องหาอะไหล่มาเปลี่ยน จะรออะไหล่และรอช่างนานมาก แต่รถต้องใช้ตลอดและใช้บริการส่งแขกทุกวัน ถ้าเป็นในกรณีที่รถเสียพร้อมกัน และรีสอร์ตไม่มีรถรับ-ส่งแขก ต้องให้แขกเดินไปเดินมาในพื้นที่เอง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการบริการอย่างมาก
การที่รีสอร์ตใช้รถไฟฟ้าแต่ไม่มีประตูแบบนี้ ถือว่าตอบสนองต่อความต้องการและฟังก์ชันการใช้งานมากกว่า เพราะเมื่อรถไฟฟ้าไม่มีประตูสามารถทำทุกอย่างได้แบบรถกอล์ฟ และมีข้อดีคือ รถไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ลูกใหญ่ไม่ต้องชาร์จไฟบ่อย อะไหล่ก็ยังหาง่ายอีกด้วยเพราะสามารถสั่งได้จากผู้ผลิตโดยตรง ยางรถยนต์ก็หาง่ายเพราะสามารถใช้ยางรถยนต์ทั่วไปได้ ด้วยความที่เป็นรถไฟฟ้าทำให้ไม่มีควัน และมีเสียงที่เงียบ และเสียหายยากกว่ารถกอล์ฟแต่ราคาของรถก็จะแพงกว่ารถกอล์ฟ
แต่การลงทุนซื้อรถไฟฟ้าไม่มีประตูแทนการใช้รถกอล์ฟ ทางรีสอร์ตถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า…
เรียบเรียง : ทะเลทราย
ข้อมูล ภาพ : Reddit ,Sanook
BYD Dolphin Mini (Seagull) “มินิลัมโบร์กินี”จับตามาไทยราคาเท่าไหร่?

BYD Dolphin Mini (Seagull) “มินิลัมโบร์กินี”จับตามาไทยราคาเท่าไหร่?
ถ้าจับตาราคาในจีน ที่ราวๆ 70,000 หยวน พอเอามาเคาะเป็นเงินไทยแล้วก็ราวๆ 3.5 แสนบาทแบบกลมๆ
กับรถรูปร่างหน้าตาแบบนี้ที่หลายคนยกให้เป็น “มินิลัมโบร์กินี” เพราะมี โวล์ฟกัง เอกเกอร์ Wolfgang Egger
อดีตนักออกแบบ Lamborghini ที่มีส่วนร่วมในการออกแบบ BYD Dolphin Mini (Seagull) กลายเป็นจุดเด่นของรถคันนี้ที่มีดีที่รูปทรงที่สวยงามตามสไตล์ BYD มีขนาดกระชับรับกับเส้นเว้าเส้นตัดได้อย่างลงตัว
อีกทั้งการตกแต่งภายในก็ไม่ขี้เหร่ แถมมีราคาค่าตัวไม่แรงสมรรถนะรถจัดแข่งได้อย่างสูสีกับรถระดับเดียวกันของทุกค่ายแบบไม่อายใคร
น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียวสำหรับแฮทช์แบค 5 ประตู BYD Dolphin Mini Seagull ตัวนี้จากค่าย BYD
ซึ่งคนไทยทำความรู้จักกับแบรนด์และรถรุ่นนี้มาแล้วพอสมควร สำหรับ BYD Dolphin ที่มาทั้งคุณภาพ
รูปลักษณ์ และ ราคาที่เข้าถึงได้ง่าย แต่สำหรับ BYD Dolphin Mini Seagull ที่จากราคาขายในจีน และเข้าไปทำการตลาดในทวีปอเมริกาใต้ ที่แม้ว่าจะมีราคาค่อนข้างสูงสำหรับการทำการตลาดในทวีปอเมริกาใต้ (เริ่มต้นราว 21,900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 780,000 บาท) แต่หากมองจากราคาขายในจีนที่อยู่เพียง 9,700 ดอลลาร์สหรัฐ การลุ้นให้รถรุ่นนี้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยและมีราคาต่ำกว่ารุ่นพี่อย่าง BYD Dolphin (ราว 6 แสนปลายๆ) ก็น่าจะมีความเป็นไปได้สูง แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่โฉบเฉียวกว่า BYD Dolphin และแม้จะเป็นรถรุ่นเล็กแต่ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยหากถูกนำเข้ามาขายในประเทศไทยจริงๆ เพราะ นี่อาจเป็นหนึ่งในเรือธงเป็นตัวชูโรงของแบรนด์นี้อีกรุ่นเลยก็เป็นได้
จากที่ก่อนหน้านี้ BYD Dolphin เคยทำให้เห็นเป็นประจักษ์มาแล้ว รูปทรงและราคาที่เป็นจุดเด่นแล้ว ไปลองดูเรื่องของสมรถนะของรถคันนี้กันดู ซึ่งแน่นอนว่าก็มีดีไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน BYD Dolphin Mini Seagull มาพร้อมกับ มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 75 แรงม้า (55 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 135 นิวตัน-เมตร 0-50 กม./ชม. ในเวลา 4.9 วินาที สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ราว 140 กม./ชม. กับแบตเตอรี่ ลิเธี่ยมฯ ใน รุ่น EV 300 ความจุ 30.08 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 300 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC และ ความจุ 38.88 กิโลวัตต์ชั่วโมงให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 380 กิโลเมตร ในรุ่น EV 400 เมื่อชาร์จเต็ม สำหรับ BYD Dolphin Mini Seagull แล้ว การเข้ามาไทย ไม่น่าจะเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับแบรนด์แม่อย่าง BYD ซึ่งจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในเจ้าตลาดรถ EV ในไทยไปแล้ว ด้วยความไว้วางใจ ด้วยยอดขาย ด้วยจุดเด่นเรื่องของราคาและคุณภาพ
การทำการตลาดเจ้า Dolphin Mini Seagull จึงไม่ได้เป็นเรื่องยากเย็นอะไร เพราะรถรุ่นนี้มีจุดเด่นในตัวเองที่รูปลักษณ์และสมรรถภาพ แต่สำคัญคือการกำหนดราคาที่จะเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ตรงนี้แหละจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับรถรุ่นเล็กอย่าง BYD Dolphin Mini Seagull เพราะต้องคำนึงถึงราคาขายของรุ่นพี่อย่าง BYD Dolphin ซึ่งไม่ควรทับไลน์กัน เอาว่าให้ก็มีความเป็นไปได้ที่แบรนด์แม่อย่าง BYD จะนำเอาเจ้า Dolphin Mini Seagull เข้ามาจำหน่าย แต่ส่วนราคาจะมาแบบไหนไปลุ้นกันเอาเอง เพราะถ้านับจากราคาในจีนราวๆ 70,000 หยวน เคาะเป็นราคาไทย (แบบยังไม่คำนวนภาษี) ก็จะราวๆ 3.5 แสนบาท กับแบรนด์ BYD ที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการของรัฐจากการลงทุนในประเทศไทยมายาวนานและต่อเนื่องราคาไม่ข้าม 5 แสน
ถ้าเป็นไปได้ BYD Dolphin Mini Seagull รูปร่างหน้าตาสเปกแบบนี้ ได้มียอดขายถล่มทลายตามรุ่นพี่แน่ๆ แต่ตอนนี้ขอให้เอาเข้ามาขายแบบแน่ๆ ก่อน มาลุ้นกัน !!
เรียบเรียง : เล็กโฟแห้งไม่ซอส
ข้อมูล และ ภาพ carnewschina.com
Baojun Cloud EV รถไฟฟ้าน้องใหม่ ขนาดกะทัดรัด ขับขี่คล่องตัว

รถ Baojun Cloud หรือชื่อเต็มว่า Baojun Yundao เป็นรถแฮทช์แบ็ก 5 ประตูที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็น 100% และมีรูปร่างคล้านกับ BYD Dolphin ในปัจจุบัน โดยตัวถังมีขนาดความยาว 4,295 มม. ความกว้าง 1,850 มม. ความสูง 1,652 มม. และระยะฐานล้อ 2,700 มม.
ขุมกำลังของ Baojun Cloud EV 2024 ระบบพลังงานของรถนี้มีมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุดถึง 100 กิโลวัตต์ (136 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุดถึง 200 นิวตัน-เมตร มาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบ Lithium-iron-phosphate (LFP) ซึ่งมีให้เลือกในขนาด 37.9 kWh สำหรับระยะทางขับขี่ได้ถึง 360 กิโลเมตร และขนาด 50.6 kWh สำหรับระยะทางขับขี่ได้ถึง 460 กิโลเมตรขึ้นอยู่กับขนาดที่เลือก อีกทั้งรถยังรองรับการชาร์จเร็วในช่วงเวลาประมาณ 30 นาทีเพื่อชาร์จจาก 30% ถึง 80% ของความจุแบตเตอรี่
Baojun Cloud EV มีดีไซน์ภายนอกที่เน้นเส้นสายที่งดงามและไม่ซับซ้อน มีรายละเอียดเด่นด้วยการออกแบบประตูด้านนอกที่เรียบง่ายและเป็นไปตามร่างตัวถัง และมีหลังคาแบบลอยตัวที่มีการตกแต่งด้วยสีดำตั้งแต่เสา B ไปจนถึงเสา D และมีหลังคากระจกขนาดใหญ่กว้างถึง 2 ตารางเมตร ร่วมกับสปอยเลอร์เหนือประตูท้ายและล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
ภายในห้องโดยสารมีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 8.8 นิ้วและหน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว รถยังเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ LingOS 2.0 ที่พัฒนาโดยเครือ SGMW ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นด้านการปรับตั้งค่าบนหน้าจอเดสก์ท็อปได้ด้วยตัวเอง และระบบสั่งงานด้วยเสียงที่สามารถประมวลคำสั่งงานได้ในเวลาเพียง 400 มิลลิวินาที (หรือ 0.4 วินาที) รวมถึงฟังก์ชัน Voice Cloning ที่สามารถนำเสียงของผู้ใช้งานไปใช้เป็นเสียงของระบบได้
รถแฮทช์แบ็กไฟฟ้า Baojun Cloud EV 2024 ใหม่จาก SAIC-GM-Wuling ราคาเริ่มต้นเพียง 95,800 หยวน หรือประมาณ 460,000 บาท ถือว่าเป็นรถน้องใหม่ที่ BYD Dolphin ไม่ควรมองข้าม
เรียบเรียงโดย : ไข่เจียวปูจ้า
แอดไลน์เพื่อรับข่าวสาร ที่ @evplaza
ที่มา : sanook